ดร.พัฒนา กิติอาษา นักมานุษยวิทยาสิงค์โปร?

รายงานเก็บตกบางประเด็นจากสังคมวิทยา-มานุษยวิทยาเสวนาครั้งที่ 6

ดร.พัฒนาบรรยาย 3 ส่วนด้วยกัน (หนึ่ง) ประวัติศาสตร์ สภาพสังคม และการเมืองของสิงคโปร์ (ขอย่อว่า SG) (สอง) สถานภาพของวิชามานุษยวิทยาใน SG สาม การเป็นนักมานุษยวิทยาใน SG ของดร.พัฒนาเอง ส่วนที่สนุกคือ (ตอนท้าย) ที่นักมานุษฯ สำนักท่าพระจันทร์ระดมคำถามและข้อคิดแลกเปลี่ยนกับดร.พัฒนา

ในส่วนของประวัติศาสตร์ สังคม การเมืองสิงคโปร์ นับเป็นการให้ภาพความเข้าใจ SG อย่างง่ายๆ แต่ช่วยให้คนไทยที่ไปช้อปปิงที่สิงคโปร์ แล้วหลงคิดว่าทำไมเมืองไทยไม่เป็นอย่าง SG บ้าง อาจต้องคิดอีกหลายตลบ ภาพความแข็งแกร่งของรัฐ SG ถึงขนาดยอมทำลายจิตวิญญาณความเป็นครอบครัว บรรพบุรุษ ของพลเมืองเชื้อชาติที่ทรงอำนาจใน SG ถูกเล่าอย่างสะเทือนใจและวิพากษ์วิจารณ์ด้วยภาพยนตร์เรื่อง Moving House ของ Tan (2001) ที่ดร.พัฒนานำมาฉายเต็มๆ

ส่วนวิชามานุษยวิทยาใน SG ดร.พัฒนาเล่าว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีนักมานุษยวิทยาใน SG ตัวเขาเองก็เป็นตัวอย่างอยู่แล้ว เพียงแต่จำนวนนักมานุษยวิทยาใน SG น้อยมาก มีไม่เกิน 10 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวสิงคโปร์เองไม่ถึง 5 คน ไม่มีสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา คณะ ภาควิชาทางมานุษยวิทยา นักมานุษฯ เหล่านี้สังกัดอยู่ในสถาบันต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุชื่อเกี่ยวกับมานุษยวิทยา เช่น ในภาควิชาภูมิศาสตร์ หรือภาควิชาด้านภูมิภาคศึกษา นักมานุษฯ ทั้งชาว SG และชาวต่างชาติมักไม่ได้เก็บข้อมูลในพื้นที่ประเทศสิงคโปร์

ดร.พัฒนาอธิบายว่า ที่เป็นดังนี้เพราะ SG เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ วิชามานุษยวิทยาไม่ทำเงิน และช่างตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์สิ่งต่างๆ วิพากษ์รัฐ เข้าข้างคนยากไร้มากเกินไป รัฐจึงไม่สนับสนุน

สาม ดร.พัฒนาเล่าว่า แล้วตัวเอาเองเป็นนักมานุษฯ อยู่ใน SG ได้อย่างไร เขาเขียนบทความ พิมพ์ผลงานเกี่ยวกับประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องคนอีสาน และภายหลังได้รู้จักคุ้นเคย ผูกมิตรกับชาวอีสานที่ไปทำงานใน SG จนได้ผลิตผลงานออกมาอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้น เขายังเป็นคนหลักในการพานักศึกษาทั้ง SG และจากโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติ (NUS) กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกา ยุโรป พานักศึกษาไปประเทศไทย และประเทศในอินโดจีน

ในตอนท้าย มีคำถามและข้อเสนอแนะหลายๆ ประการจากนักมานุษยวิทยาท่าพระจันทร์ เช่น

ในเมื่ออาจารย์เองยังถูกจ้างอยู่ ก็แสดงว่านักมานุษฯ ก็ยังมีคุณูปการต่อ SG เพียงแต่เขาไม่ได้อยากทำให้เป็นสถาบัน เท่าทีอาจารย์เล่า เหมือนกับว่า SG ใช้นักมานุษฯ เข้าไปเจาะพื้นที่ต่างประเทศ คือประเทศอาณานิคมของสิงคโปร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นักมานุษยวิทยาย่อมรับประโยชน์ของเจ้าของทุน นักมานุษฯ ไทยเคยเป็นสมุนจักรวรรดินิยมและการสร้างอาณานิคมภายใน นักมานุษฯ เวียดนามเป็นสมุนรัฐเพื่อควบคุมชนชาติต่างๆ นักมานุษฯ สิงคโปร์ก็ต้องรับใช้รัฐในแบบหนึ่ง เช่น ช่วย SG สร้างอาณานิคมในภูมิภาค

ยังมีคำถามและข้อถกเถียงที่เพิ่มความเข้าใจสังคม การเมือง และประวัติศาสตร์สิงคโปร์อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งจากผู้ฟังที่ผมไม่ทราบนาม และนักมานุษฯ สำนักสามย่าน

ท้ายสุด พวกเราร่วมกันให้กำลังใจดร.พัฒนา ขอให้เขาต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็งด้วยท่าทีผ่อนคลายของเขา ในประเทศอันน่าพิศวงอย่างสิงคโปร์ไปได้อีกนานๆ

บันทึกเมื่อ 14 มิถุนายน 2555

ภาพโดยพรรณราย โอสถาภิรัตน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: