คุณภาพการศึกษา

คุณภาพการศึกษา #1

วันนี้ (26 กค 55) คณะกรรมการประกันคุณภาพมาตรวจสอบคณะผม ขอคัดสรรบางคำตอบที่ผมให้กับคณะกรรมการดังนี้ (มี 3 ตอน)

รอบเช้า ท่ามกลางคณะผู้บริหารของคณะ

กรรมการ: “ขอถามแรงๆ นะครับ คณะนี้มีวิสัยทัศน์สร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ ไม่ทราบว่าคณะได้สร้างความรู้อะไรที่หลุดจากแนวคิดทฤษฎีของตะวันตก นำเสนออะไรที่เป็นของไทยเราเองบ้าง”

ผม:

ความรู้ทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเกิดมาจากตะวันตกก็จริง แต่ปัจจุบันความรู้ทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกถูกวิจารณ์อย่างถอนรากถอนโคนอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งของคำถามอาจารย์ก็มาจากความคิดแบบนี้แหละครับ

ยิ่งความรู้ทางมานุษยวิทยาซึ่งผมร่ำเรียนมายิ่งแล้วใหญ่ นักมานุษยวิทยาปัจจุบันจำนวนมากมาจากสังคมชายขอบนอกตะวันตก แลกเปลี่ยนความรู้และปรับปรุงแนวคิดจากตะวันตก…

คณะเราก็ดำเนินตามแนวทางนี้ อาจารย์ในคณะเราเชี่ยวชาญด้านสตรีศึกษา เพศสภาวะ กลุ่มชาติพันธ์ุ กลุ่มชนข้ามแดนข้ามถิ่นฐาน สังคมชายขอบ ซึ่งเป็นประเด็นร่วมสมัยของสาขาเรา…

นอกจากนั้น นักวิชาการไทยยังศึกษาประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อาจจะยกเว้นสิงคโปร์ แต่อย่าลืมว่าซิงกาโปเรี่ยนจริงๆ ที่ศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีไม่มาก ส่วนใหญ่เขาซื้อตัวมา…

ในจำนวนนักวิชาการที่ศึกษาประเทศเพื่อนบ้าน คณะเรายังมีคณาจารย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านอาจจะมากที่สุดคณะหนึ่ง ถ้าดูเฉพาะในสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา…

พวกเรากำลังผลิตความรู้เหล่านี้ให้สังคมไทยอยู่ และก็ไม่น่าจะต้องเดินตามตะวันตก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธความรู้จากตะวันตกด้วย

คุณภาพการศึกษา #2

รอบบ่าย แยกสัมภาษณ์อาจารย์ 2 คน มีผมคนหนึ่ง

กรรมการ: “อาจารย์ให้ความสำคัญกับการประกันคุณภาพแค่ไหน”

ผม:

เรียนตามตรงนะครับ ในฐานะอาจารย์คนหนึ่ง ผมไม่ give a d_mn กับมันเลย…

ผมสนใจแต่ว่าจะสร้างความรู้ใหม่ๆ อย่างไร จะทำวิจัยอะไร จะสอนอะไร จะมีข้อเสนออะไรแก่สังคมให้สังคมน่าอยู่ขึ้น แล้วก็ทำให้ดีที่สุด ส่วนมันจะกลายเป็นคะแนนอะไรเท่าไหร่ ผมไม่สนใจเลย…

กรรมการ: “แต่ระบบนี้ทุกคนเขายอมรับปฏิบัติกันทั่วไปนะครับ อย่าง TQF ก็เป็นระบบตรวจสอบที่ดี เพราะมหาวิทยาลัยมากมายยังไม่เป็นระบบ”

ผม:

แต่ไม่ใช่ว่าระบบที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม จะเป็นระบบทุกคนยอมรับ และมันไม่จำเป็นต้องเป็นระบบที่ดีเสมอไป ความเหลวไหลของ TQF คือแบบฟอร์มและการตอบคำถามเหลวไหลมากมายที่ไม่เหมาะกับสาขาทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์…

ยิ่งในรอบเช้า ท่านคณะกรรมการถามถึงการคิดนอกกรอบตะวันตก ระบบประกันคุณภาพและ TQF ของท่านกรรมการนี่แหละครับที่เดินตามตะวันตกแบบไม่ยั้งคิด ในโลกนี้เขาวิจารณ์ระบบนี้กันทั่ว ทำไมเราไม่คิดระบบการประเมินของเราขึ้นมาเอง…

ทางเลือกน่ะหรอครับ พวกผมกำลังทำอยู่ แต่ต้องฝากท่านกรรมการไปเรียนผู้บริหารมหาวิทยาลัยด้วยว่า ถ้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้เรื่องนี้ ก็ป่วยการที่จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง…

อย่าง TQF สกอ.เปิดช่องให้มหาวิทยาลัยทำเองได้ ธรรมศาสตร์ก็ไม่ทำอะไร ถามหา มคอ. 2-7 (หลักสูตร เค้าโครงการบรรยาย และการประเมินการเรียนการสอนในแบบฟอร์มยิบย่อยที่เต็มไปด้วยคำถามไม่ประเทืองปัญญา) แต่ไหนล่ะมคอ. 1 (กรอบความรู้ของสาขาวิชาทั้งหมด) มันต้องมาจากพวกผมใช่ไหม มีแต่หางไม่มีหัวจะไปกันอย่างไร

ตอนนี้พวกผมกำลังทำมคอ. 1 ของสาขานี้อยู่ แล้วมหาวิทยาลัยส่งเสริมใส่ใจอะไรไหม ยับยั้งแล้วมานั่งทำอะไรกันก่อนไหม ไม่มี…

คุณภาพการศึกษา #3

กรรมการ: “แต่เราก็ต้องเข้าสู่ความเป็นสากลนะครับ อาจารย์ไม่คิดว่าคณะอาจารย์ควรจะมีหลักสูตรนานาชาติบ้างหรือ ใครจะมาอ่านงานวิชาการดีเลิศของอาจารย์ในภาษาไทย”

ผม:

ตอนที่ทำหลักสูตรปริญญาเอกกัน พวกเราถกกันมากว่าจะทำหลักสูตรนานาชาติหรือไม่ ถ้าให้เรียนสอนเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากจะกีดกันคนเข้าศึกษามากขึ้นและเปิดบริการทางวิชาการให้คนต่างประเทศมากขึ้นโดยไม่จำเป็นแล้ว ความรู้ที่จะพัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานทางสังคมเราเองยังจะถดถอยลงด้วย…

ท่านกรรมการเข้าใจใช่ไหมครับว่า กระบวนความคิดมันสัมพันธ์กับภาษา การเขียนวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษโดยคนไทยที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในโลกภาษาอังกฤษมันไม่เป็นประโยชน์ เพราะไม่ได้ผ่านกระบวนความคิดในภาษาที่เขียนจริงๆ แล้วความคิดอื่นๆ ที่ไม่มีแบบในภาษาอังกฤษมันก็จะพลอยสูญหายไปในการเขียนแบบภาษาอังกฤษ…

ท่านกรรมการรู้จักอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงค์ใช่ไหมครับ อาจารย์นิธิเขียนงานวิชาการเป็นภาษาไทยเท่านั้น แล้วคนเขาก็แปลงานอาจารย์นิธิเป็นภาษาอังกฤษไปอ่านกัน ทุกวันนี้ใครทำเรื่องไทยแล้วไม่อ่านงานอาจารย์นิธิก็ล้าหลัง ใครอ่านภาษาไทยไม่ออกก็ยิ่งรู้เรื่องไทยน้อยลง…

ตอนนี้โลกภาษาฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับโลกภาษาอังกฤษ เพราะภาษาฝรั่งเศสกำลังจะตายในทางวิชาการ…

ภาษาเยอรมันเหมือนกัน รู้จักอาจารย์เจตนา นาควัชระใช่ไหมครับ ท่านเขียนงานเป็นภาษาเยอรมัน ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำของเยอรมัน แต่วารสารนั้นกลับไม่ได้อยู่ใน Scopus (ฐานข้อมูลวารสารที่การประกันคุณภาพใช้)…

ผมตีพิมพ์งานเป็นภาษาเวียดนาม (มีคนแปลให้บ้าง พยายามเขียนเองแล้วให้เพื่อนตรวจทานให้บ้าง) ใครอยากอ่านเรื่องเวียดนามของผมก็ไปหาอ่านเอาในภาษาเวียดนามสิ ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าผมและคณาจารย์เราไม่ผลิตงานเป็นภาษาอังกฤษ แต่มันเป็นคนละเรื่องกันกับการไปสู่นานาชาติด้วยการเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษ เขียนวิทยานินพธ์ภาษาอังกฤษ…

เรียนตามตรงนะครับ ถ้าวันนี้ธรรมศาสตร์ประกาศว่าจะให้นักศึกษาเขียนวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษแบบบางมหาวิทยาลัย พรุ่งนี้ผมจะลาออกทันที

บันทึกเมื่อ 26 กรกฎาคม 2555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: